
การเลือกทำ Influencer Marketing หรือการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ SMEs (ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) สามารถใช้เพื่อขยายตลาด กลุ่มลูกค้า และสร้างการรับรู้แบรนด์ได้ดี แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด แต่การเลือก Influencer ที่เหมาะสมและตรงกับกลุ่มเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การลงทุนนี้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในปี 2025 ที่ทิศทางการตลาดออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ต้นทุนต่างๆก็สูงขึ้น
ในบทความนี้ G2B จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Influencer แบบไหนที่เหมาะสมกับ SME ที่มีงบประมาณจำกัด และวิธีการเลือกใช้งานให้ได้ผลดีที่สุด
ทำความเข้าใจ Influencer Marketing สำหรับ SME
Influencer Marketing คือการใช้บุคคลที่มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ (อินฟลูเอนเซอร์) มาช่วยโปรโมตสินค้า หรือบริการของแบรนด์ โดยบุคคลเหล่านี้มักจะมีฐานผู้ติดตามที่ใหญ่ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Instagram, Facebook, TikTok, YouTube เป็นต้น แบรนด์สามารถเลือกใช้งานอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีอิทธิพลต่อกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อให้ข้อความหรือแคมเปญการตลาดไปถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ก่อนที่เราจะเริ่มทำการตลาดกัน ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจลูกค้าของเราให้ดีก่อน แล้วเราจะติดตามอย่างไร
1.การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมตามกลุ่มลูกค้า
การเลือกแพลตฟอร์มเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ SME ต้องเข้าใจว่า กลุ่มเป้าหมายหลัก ของสินค้าหรือบริการอยู่ในแพลตฟอร์มไหน โดยพิจารณาจาก พฤติกรรมผู้บริโภค, ช่วงอายุ, และ ประเภทของสินค้า ที่เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม
1.1 วิเคราะห์กลุ่มผู้ใช้งานตามแพลตฟอร์ม
| แพลตฟอร์ม | ลักษณะผู้ใช้งาน (เจนเนอเรชัน) | สินค้าที่เหมาะสม | ตัวอย่างการใช้งาน |
| Gen Z และ Millennials | แฟชั่น, เครื่องสำอาง, สินค้าสุขภาพ | โพสต์ภาพสวยงาม, ใช้ Reels | |
| TikTok | Gen Z และ Gen Alpha | สินค้าไวรัล, อาหาร, Gadget | วิดีโอสั้นสร้างสรรค์, Challenge |
| Gen X และ Millennials | สินค้าครอบครัว, สุขภาพ | คอนเทนต์เชิงข้อมูล, วิดีโอสั้น | |
| YouTube | ทุกเจนเนอเรชัน | สินค้าที่อธิบายการใช้งานยาก เช่น เทคโนโลยี | รีวิวเชิงลึก, How-to Videos |
| Gen Z และ Millennials | สินค้าด้านข่าวสาร, บริการดิจิทัล | บทสนทนาไวรัล, Trends |
1.2 สินค้าและบริการที่เหมาะสมในแต่ละแพลตฟอร์ม
- Instagram: เหมาะสำหรับแบรนด์ที่เน้นภาพลักษณ์และสไตล์ เช่น เสื้อผ้า, เครื่องสำอาง, สินค้าไลฟ์สไตล์
- TikTok: เหมาะกับสินค้าที่สามารถสร้างไวรัล เช่น อาหาร, Gadget, และสินค้าที่เจาะกลุ่มวัยรุ่น
- Facebook: ดีสำหรับการเจาะตลาดผู้ใหญ่ เช่น สินค้าเพื่อสุขภาพ, บริการการเงิน, หรือสินค้าครอบครัว
- YouTube: เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการการอธิบาย เช่น อุปกรณ์เทคโนโลยี หรือสินค้าที่ต้องการรีวิวแบบเจาะลึก
- Twitter: ดีสำหรับสินค้า/บริการที่ต้องการสร้างบทสนทนา เช่น แอปพลิเคชัน หรือสินค้าแบรนด์ที่ต้องการ Viral Marketing
จากข้อมูลตารางนี้พบว่า IG และ Tiktok จะเป็นกลุ่มตลาดสินค้าที่เหมาะกับวัยรุ่นมากกว่า ในขณะที่อีก 3 แพลตฟอร์มที่เหลือจะเป็นกลุ่มสินค้าที่้เหมาะกับผู้ใหญ่หรือกลุ่มเฉพาะทาง จุดนี้ทำให้เราพอมองภาพออกว่าจะเลือก Influencer วัยไหนที่เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์มได้มากขึ้น
แล้วแพลตฟอร์มไหนเหมาะสำหรับ SME ที่งบน้อย?
สำหรับ SME ที่มีงบประมาณจำกัด การเลือกแพลตฟอร์มที่ใช่สำหรับการทำ Influencer Marketing เป็นสิ่งสำคัญ เพราะแพลตฟอร์มที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้การลงทุนสูญเปล่า เราจึงจำเป็นต้องพิจารณาความนิยมและความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของแต่ละแพลตฟอร์ม:
Instagram: เป็นแพลตฟอร์มที่นิยมที่สุดสำหรับการโปรโมตสินค้าผ่านอินฟลูเอนเซอร์โดยเฉพาะในกลุ่ม SME เนื่องจากสามารถเลือกใช้ Influencers ที่มีผู้ติดตามจำนวนไม่มาก (Nano และ Micro Influencers) และยังสามารถโปรโมตสินค้าในรูปแบบภาพและวิดีโอได้ดี รวมถึงใช้ Instagram Stories และ Reels ซึ่งมีฟังก์ชั่นโฆษณาที่ไม่ซับซ้อนและไม่แพง
ข้อดี: งบประมาณไม่สูง, กลุ่มผู้ติดตามมีความเกี่ยวข้อง
ข้อเสีย: การแข่งขันสูงกับแบรนด์ใหญ่
TikTok: TikTok เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับ SME เนื่องจากมี ผู้ใช้จำนวนมาก และมีผู้ติดตามที่มีความหลากหลายด้านอายุและความสนใจ สามารถทำแคมเปญครีเอทีฟในรูปแบบวิดีโอที่ไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายสูง
ข้อดี: ใช้งานง่าย, โอกาสการเข้าถึงผู้คนจำนวนมาก
ข้อเสีย: ต้องการความครีเอทีฟในการผลิตเนื้อหาสูง
Facebook: แม้ Facebook จะมีผู้ใช้งานที่หลากหลาย แต่กลุ่มผู้ใช้งานที่มีความคงที่ใน Facebook จะเป็น กลุ่มวัยกลางคน ทำให้เหมาะสำหรับ SME ที่ต้องการเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุมากกว่า
ข้อดี: กลุ่มผู้ใช้หลากหลาย, งบประมาณไม่สูง
ข้อเสีย: การแข่งขันจากแบรนด์ใหญ่สูง
YouTube: เหมาะสำหรับ SME ที่สามารถลงทุนใน วิดีโอคอนเทนต์ แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าบนแพลตฟอร์มอื่น แต่การเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่สนใจในเนื้อหาผ่าน YouTube ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมได้ในระยะยาว
.
ข้อดี: วิดีโอช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ที่ดี
ข้อเสีย: งบประมาณสูง, ต้องการเนื้อหาที่มีคุณภาพ
สำหรับ SME ที่มีงบประมาณจำกัด การเลือกใช้งานอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมจึงสำคัญมาก เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังสามารถเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้อีกด้วย
2. ประเภทของ Influencer ที่เหมาะกับ SME
ในการเลือกอินฟลูเอนเซอร์สำหรับ SME ที่มีงบจำกัด เราต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ขนาดของผู้ติดตาม, ความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย, การมีส่วนร่วมของผู้ติดตาม เป็นต้น ซึ่งเราสามารถแบ่งอินฟลูเอนเซอร์ออกเป็นหลายประเภท ดังนี้:
2.1 Nano Influencer (ผู้มีผู้ติดตาม 1,000 – 10,000 คน)
Nano Influencers คืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนไม่มาก โดยปกติจะอยู่ในช่วง 1,000 ถึง 10,000 คน แต่นี่คือ ประเภทที่ดีที่สุด สำหรับ SME ที่มีงบจำกัด! เพราะแม้ว่าผู้ติดตามจะไม่มาก แต่ผู้ติดตามของ Nano Influencers มักจะเป็น กลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเฉพาะเจาะจง และมี ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด กับอินฟลูเอนเซอร์ ทำให้การโปรโมตสินค้าหรือบริการมีความ น่าเชื่อถือและเกิดผลมาก ในระดับหนึ่ง
ข้อดี:
– Engagement Rate สูง: การมีส่วนร่วมกับผู้ติดตามในกลุ่มเล็ก ๆ สูงกว่าหรือเทียบเท่ากับ Influencers ที่มีผู้ติดตามมาก
– ความน่าเชื่อถือ: คนติดตาม Nano Influencers มักจะรู้สึกว่าเขาเป็นคนใกล้ชิดและสามารถแนะนำสินค้าที่น่าเชื่อถือได้
– ค่าใช้จ่ายต่ำ: ค่าใช้จ่ายในการทำแคมเปญกับ Nano Influencers มักจะต่ำมาก
ข้อสังเกต:
– การเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก จะจำกัดอยู่ที่ผู้ติดตามในกลุ่มเล็ก ๆ
– ผลกระทบต่อการขยายตลาด จะไม่กว้างเท่ากับ Micro Influencers หรือ Mid-Tier Influencers
2.2 Micro Influencer (ผู้มีผู้ติดตาม 10,000 – 100,000 คน)
Micro Influencers มีผู้ติดตามในระดับที่ค่อนข้างน้อย แต่มีอิทธิพลที่แข็งแกร่งในกลุ่มของตัวเอง การเลือกใช้งาน Micro Influencers เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับ SME ที่ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง แต่ยังคงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี
ข้อดี:
– ค่าใช้จ่ายไม่สูง: เนื่องจาก Micro Influencers ยังมีผู้ติดตามในระดับปานกลาง ค่าใช้จ่ายจึงไม่สูงเกินไป
– Engagement Rate สูง: แม้ว่าจะมีผู้ติดตามมากกว่า Nano Influencers แต่ยังคงสามารถมีการมีส่วนร่วมกับผู้ติดตามในระดับสูง
– เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขึ้น แต่ยังคงสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงได้
ข้อสังเกต:
– อาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเลือก Nano Influencers
– ผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามคาด หากไม่เลือก Influencer ที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายของ SME อย่างแท้จริง
2.3 Mid-Tier Influencer (ผู้มีผู้ติดตาม 100,000 – 500,000 คน)
Mid-Tier Influencers เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนพอสมควร เหมาะสำหรับ SME ที่สามารถใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และต้องการ ผลกระทบที่ใหญ่ขึ้น แต่ยังไม่ถึงขนาดของ Macro Influencers ที่มีผู้ติดตามล้านคน
ข้อดี:
– การเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น: แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าหรือมากกว่า Micro Influencers แต่การเข้าถึงผู้บริโภคก็จะมีขนาดใหญ่
– การสร้างการรับรู้แบรนด์ ในกลุ่มตลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
ข้อสังเกต:
– ค่าใช้จ่ายสูง กว่าทั้ง Nano และ Micro Influencers
– การ ตัดสินใจเรื่องงบประมาณ อาจเป็นปัญหาสำหรับ SME ที่มีงบจำกัด
หากมองในภาพรวมสำหรับ SME ที่มีงบประมาณจำกัด ควรเลือกใช้ Nano Influencers หรือ Micro Influencers ที่มี Engagement Rate สูง และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ติดตามมากกว่าที่จะเลือก Mid-Tier Influencers ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่หากธุรกิจพัฒนาได้ระดับหนึ่ง การเลือก Mid-Tier Influencer ก็จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตกว่าเดิม
3. เคล็ดลับในการเลือก Influencer สำหรับ SME
3.1 กำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน
ก่อนที่จะเลือกอินฟลูเอนเซอร์ใด ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ของคุณให้ชัดเจน คุณต้องเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณเหมาะกับใคร แล้วหาผู้ที่มีผู้ติดตามที่ตรงกับกลุ่มนี้ เช่น อายุ เพศ ความสนใจ หรือสถานที่
3.2 ตรวจสอบ Engagement Rate
การที่อินฟลูเอนเซอร์มีผู้ติดตามจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้เสมอไป Engagement Rate หรืออัตราการมีส่วนร่วมของผู้ติดตามกับโพสต์ของอินฟลูเอนเซอร์นั้นสำคัญมาก เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าโพสต์ของเขามีอิทธิพลต่อกลุ่มผู้ติดตามมากน้อยแค่ไหน การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มี Engagement Rate สูง จะช่วยให้แคมเปญการตลาดของคุณได้รับผลตอบแทนมากกว่า
3.3 คำนึงถึงความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส
ความน่าเชื่อถือของอินฟลูเอนเซอร์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าผู้ติดตามเห็นว่าการโปรโมตของเขาไม่จริงใจหรือไม่ได้เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ดีได้ ดังนั้น ควรเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความโปร่งใสและตรงไปตรงมามากกว่า
4.การวิเคราะห์คอมเมนต์และความคิดเห็นที่พูดถึง Influencers
การวิเคราะห์ความคิดเห็น (Sentiment Analysis) เป็นวิธีที่ดีในการ ประเมินผลการทำแคมเปญ และ ความน่าเชื่อถือ ของ Influencers ที่เลือกใช้งาน ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี:
– การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ Sentiment: มีเครื่องมือหลายตัวที่ช่วยในการวิเคราะห์ความคิดเห็นจากผู้ติดตาม เช่น Google Analytics, Hootsuite, และ Sprout Social ซึ่งสามารถใช้เพื่อติดตามความรู้สึกของผู้ชมที่เกี่ยวข้องกับโพสต์ของ Influencers
– การดูจำนวนคอมเมนต์ที่เป็นบวกและลบ: การตรวจสอบคอมเมนต์และคำติชมจากผู้ติดตามจะช่วยให้เห็น ทิศทาง ที่แคมเปญไปในทิศทางไหน
– การวิเคราะห์คำพูดที่กล่าวถึง: ต้องดูถึงคำพูดหรือความคิดเห็นในเชิงบวกหรือเชิงลบ เช่น คำพูดที่บ่งบอกถึง ความเชื่อมั่น หรือ ความสงสัย ในตัวสินค้าหรือบริการ
5. วัดผลและปรับแผนตามข้อมูล
การทำ Influencer Marketing จำเป็นต้องมีการ ติดตามผล อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าการลงทุนในอินฟลูเอนเซอร์นั้นคุ้มค่าหรือไม่ ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลในการติดตาม การเติบโตของยอดขาย หรือ การเข้าถึงของแคมเปญ ที่ผ่านการโปรโมตจากอินฟลูเอนเซอร์เพื่อปรับแผนการตลาดให้เหมาะสม
การติดตามผลในแคมเปญ Influencer Marketing ควรทำการติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินความคุ้มค่าและปรับแผนให้เหมาะสม
– Google Analytics: ใช้ในการติดตาม Traffic ที่เกิดจากลิงค์ที่ Influencer แนะนำ
– Facebook Insights: สามารถใช้ในการตรวจสอบการ เข้าถึง และ Engagement ของโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับ Influencers
– Hootsuite หรือ Sprout Social: เครื่องมือเหล่านี้ช่วยในการ วิเคราะห์การมีส่วนร่วม และ การรับรู้แบรนด์ ของโพสต์ที่มี Influencer มาช่วยโปรโมต
– UTM Parameters: การใช้ UTM Parameters (ลิงก์ที่มีการติดแท็ก) เพื่อการติดตามผลของแคมเปญที่ชัดเจน
การใช้เครื่องมือเหล่านี้สามารถช่วย SME ในการ วัดผล และ ประเมินผลแคมเปญ เพื่อทำการปรับปรุงและพัฒนาแคมเปญในครั้งต่อไป
สรุป
การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมสำหรับ SME ที่มีงบจำกัดนั้นไม่ยากเกินไป แค่ต้องมีการ วางแผนที่ดี และ เลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งช่วยให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จาก Influencer Marketing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องใช้เงินมากเกินไป หากคุณเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสม งบประมาณที่จำกัดก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้อย่างแน่นอน
และหากกำลังมองหาผู้ช่วยการหา Influencers ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ ติดต่อเรา G2B Solution เพื่อปรึกษาและเลือก Influencer ที่ใช่สำหรับธุรกิจของคุณ!
https://influencermarketinghub.com/influencer-marketing-sustainability-and-ethics/