หลายคนเชื่อว่าการเปิดร้านใน Shopee หรือ Lazada คือเส้นทางลัดสู่ยอดขาย แต่หลังจากลงสินค้าไว้ครบทุกแบบทุกไซซ์ ยอดขายกลับนิ่งสนิท ไม่มีคนเห็น ไม่มีคนซื้อ ไม่รู้จะเริ่มปรับตรงไหน หลาย SME ต้องจ่ายเงินค่าโปรโมตเองแบบลองผิดลองถูก เสียทั้งเวลาและต้นทุน สุดท้ายบางรายถึงกับเลิกขายไปเลยเพราะคิดว่า “ตลาดอีคอมเมิร์ซมันไม่เวิร์กสำหรับเรา” ทั้งที่ความจริงแล้ว ตลาดนี้ยังโตได้อีกมาก — เพียงแต่เกมมันเปลี่ยนไปแล้ว
อีคอมเมิร์ซปี 2025: โอกาสที่มาพร้อมการแข่งขัน

ตลาด Shopee และ Lazada ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ชอบความสะดวก รวดเร็ว โปรโมชั่นจัดเต็ม จากรายงานของ Statista ปี 2024 ระบุว่าคนไทยช้อปออนไลน์เฉลี่ยเกือบ 20 ครั้งต่อเดือน และมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยเกิน 1 ล้านล้านบาทไปแล้ว
แต่โอกาสนี้ก็มาพร้อมการแข่งขันที่ดุเดือด ร้านค้าต้องแข่งกันไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่ยังต้องเก่งเรื่องการโปรโมต, ตั้งชื่อสินค้าให้ค้นหาเจอ, ทำภาพให้น่าสนใจ, และเข้าใจระบบหลังบ้านที่ซับซ้อนขึ้นทุกปี
ลงของอย่างเดียวไม่พอ! 4 จุดอ่อนที่ทำให้ร้านขายไม่ออก
- ชื่อสินค้าไม่มี SEO – ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากการค้นหา ถ้าชื่อสินค้าคุณไม่ใส่คำที่คนค้นจริง ๆ เช่น “กระเป๋าสะพายผู้หญิง ราคาถูก” หรือ “รองเท้าผ้าใบชาย เท่ ๆ” โอกาสขึ้นหน้าแรกแทบไม่มี
- ภาพปกไม่น่าสนใจ – ลูกค้าตัดสินใจคลิกภายใน 1 วินาที ถ้ารูปไม่ชัด ไม่สื่อว่าเป็นอะไร ไม่มีข้อความเสริม เช่น “ลด 50%” หรือ “ส่งฟรี” ก็เสียโอกาสไปแล้ว
- ไม่มีโปรโมชั่นดึงดูดใจ – ระบบของแพลตฟอร์มเน้นร้านที่มีการเคลื่อนไหว เช่น ใช้คูปอง, Flash Sale, Voucher, หรือร่วมกิจกรรม เช่น 3.3 / 4.4 / 5.5 ถ้าไม่เคลื่อนไหวก็เหมือนร้านร้าง
- ไม่มีความน่าเชื่อถือ – ร้านที่ไม่มีรีวิว, ยังไม่มีดาว, ไม่มีการันตีส่งเร็วหรือตอบแชทเร็ว จะทำให้ลูกค้าเลื่อนผ่านทันที แม้จะมีสินค้าดี ราคาถูก

ระบบโปรโมต Shopee / Lazada ไม่ง่ายเหมือนเดิม
ทั้ง Shopee และ Lazada ต่างมีระบบหลังบ้านให้ร้านค้าโปรโมตตัวเอง เช่น:
- Shopee Ads: เน้นการยิงโฆษณาในระบบเพื่อดันสินค้าให้ขึ้นอันดับต้น ๆ
- Lazada Bonus / Campaign Tools: เครื่องมือดึงดูดลูกค้า เช่น คูปองร้านค้า, โบนัสแคมเปญ
- Boost / Livestream / Flash Sale: ช่วยเพิ่มการมองเห็นในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ต้องจัดระบบดีและรู้จังหวะ
การใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยให้ร้านค้าปั้นยอดขายได้เร็วขึ้น แต่หากไม่เข้าใจการตั้งค่าและกลยุทธ์ ก็อาจเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์

จะปั้นร้านให้โต ต้องคิดแบบมืออาชีพ
- วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายให้ชัด: ว่าสินค้าของคุณเหมาะกับใคร เพื่อใช้คีย์เวิร์ดและภาพได้ตรงใจ
- วางโครงสร้างร้านให้ดูน่าเชื่อถือ: เช่น มีโลโก้ร้าน, จัดหมวดหมู่สินค้า, มีข้อความต้อนรับ, มีนโยบายการคืนสินค้า
- มีแผนโปรโมชั่นรายเดือน: เตรียมโปรล่วงหน้า เช่น 5.5, 6.6, Payday, Back to School เพื่อดึงยอดช่วงสำคัญ
- ติดตามผล วิเคราะห์จาก Dashboard: ไม่ใช้ Ads แบบเดาสุ่ม แต่ดู CTR, ROI, อัตรา Conversion เพื่อปรับแผนต่อเนื่อง
การขายของใน Marketplace ปี 2025 ไม่ใช่แค่มีสินค้าแล้วรอลูกค้าอีกต่อไป แต่ต้องเข้าใจทั้งระบบแพลตฟอร์ม พฤติกรรมผู้บริโภค และมีกลยุทธ์ที่เฉียบคม เพื่อดันร้านให้กลายเป็นร้านแนะนำหรือร้านยอดนิยม ไม่อย่างนั้น ร้านของคุณจะถูกกลืนหายไปในตลาดที่มีผู้ขายนับแสนราย

G2B Solution มีบริการ Marketplace Marketing ที่ออกแบบมาสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการสร้างยอดขายใน Marketplace อย่างยั่งยืน
เราช่วยคุณตั้งแต่:
- วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของร้าน
- วางกลยุทธ์ SEO ของชื่อสินค้า
- ออกแบบภาพปกที่ดึงดูด
- ตั้งค่าหน้าร้านให้น่าเชื่อถือ
- วางแผนโปรโมชั่น และยิงโฆษณา Shopee Ads / Lazada Bonus อย่างมีประสิทธิภาพ
- ติดตามผลและปรับแผนเพื่อเพิ่มยอดขายอย่างต่อเนื่อง
ไม่ต้องลองผิดลองถูกเองให้เสียเวลาและงบประมาณ ปล่อยให้มืออาชีพของ G2B ดูแลหน้าร้าน Marketplace ของคุณแบบครบวงจร
อ้างอิง: